Categories

กรุณากด F5 ก่อนนะครับ เปลี่ยน Theme แล้ว

_________________________________________________

 

นานมาแล้วมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง  เธอเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจน

พ่อ - แม่ของเธอมีลูก 6 คน

 

พ่อเป็นนายช่าง ทำงานรับเหมาไปทั่ว

แม่เลี้ยงหมู ปลูกผักส่งขาย

 

ด้วยความที่เธอเป็นลูกคนที่สาม กอรปกับพี่สาวอีกสองคนไปเรียนไกลบ้าน

เธอจึงมีภาระหน้าที่ดูแลน้องๆที่เหลือ ทั้งเรื่องงานบ้าน อาหาร เสื้อผ้า การเรียน ด้วยความที่ทำงานหนักดูแลน้องๆ

ร่างกายเธอจึงแห้ง ผอม และดำคล้ำ น่าเวทนาอยากมาก...แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังยิ้ม และสู้ชีวิตเพื่อน้องๆและแม่ของเธอ

 

ชีวิตในวัยเรียนของเธอนั้น...เธอเป็นเด็กขยัน สอบได้ที่หนึ่งของชั้นตลอด

จนกระทั่งจบ มศ.2 (หรือ ม.3 ในปัจจุบัน) จากเด็กหญิงตัวเล็ก...ก็ได้กลายเป็น สาวน้อยร่างเล็กๆ เธอไปช่วยงานที่ รพ.ยุพราชที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ด้วยความที่ ผอ.โรงพยาบาล เห็นว่าเธอมีความตั้งใจดี ก็บอกเธอว่า ตอนนี้มีทุนให้เรียนต่อไปเป็น พยาบาล มีทุนเดียว...ถ้าเรื่องผ่านเมื่อไหร่ เธอจะได้ทุนไปเรียน

 

ในตอนนั้นเธอดีใจมาก ถ้าได้ทุนเรียนก็จะได้ไม่ลำบากทางบ้าน และอาชีพพยาบาลนี้ก็เป็นอาชีพที่เธอใฝ่ฝันมาตลอด เธอจึงตั้งใจทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่นั่น เป็นเวลา 3 ปี

 

แต่แล้ว...ฝันก็สลาย เมื่อ ผอ.คนนั้นได้ย้ายไปเสียก่อน เมื่อผอ.คนใหม่ย้ายเข้า เขากลับเอาทุนนั่น ไปมอบให้คนอื่นเสียก่อน ทำให้หญิงสาวเสียใจมาก ช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเท่ากับสูญเปล่า เธอ...ไม่ได้อะไรกลับมาเลยด้วยความที่เธออยากมีความรู้ อยากเรียนให้สูงๆ เธอจึงกลับมาที่บ้านเพื่อขอพ่อแม่ไปเรียนต่อ

 

เธอกลับมาที่บ้าน แล้วบอกกับแม่ว่า : "แม่คะ หนูอยากเรียนต่อ อยากเรียนมหาวิทยาลัย"

 

แม่เธอลูบหัวเธอเบาๆ แล้วตอบกับเธอว่า :

"ลูกเอ้ย...แม่ไม่มีเงินส่งลูกเรียนหรอกนะ ลำพังแค่น้องๆของเราก็พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเท่านั้น อย่าไปเรียนเลยมหาลัยน่ะ แม่ไม่มีปัญญาส่งลูกจริงๆ"

 

หญิงสาวได้ยินดังนั้นถึงกลับปล่อยโฮออกมา ความฝันของเธอสลายไปในทันที ในคืนนั้นเธอนอนร้องไห้เสียใจอยู่อย่างนั้นจนเช้า...

 

ด้วยความที่หญิงสาว มีความมุ่งมั่น ที่จะเรียนต่อให้ได้ เธอจึงตัดสินใจเก็บข้าวของที่จำเป็น เอาเงินเก็บของเธอที่มีไม่กี่บาท แล้วเดินทางออกจากบ้านไปพร้อมเพื่อนสาวของเธออีกคน เพื่อตามหาความฝันของตัวเธอเอง  มุ่งหน้าไปสู่เมืองใหญ่ เมืองแห่งแสงสียามค่ำคืน "กรุงเทพมหานคร"

 

รถทัวร์เทียบท่าที่หมอชิต เธอเดินลงมาอย่างประหม่า มหานครที่กว้างใหญ่ทำให้ตัวเธอดูเล็กไปถนัดตา เธอมาอยู่ที่นี่...ไม่รู้จักใครเลย แต่ก็ยังดีที่พี่สาวคนรองของเธอทำงานอยู่ที่นี่  ซึ่งพี่สาว ก็ใช่ว่าจะมีเงินทองมากมายนักเพราะก็ยังเป้นลูกจ้างของเขาอยู่ หญิงสาวพักอยู่ในห้องเล็กๆแคบๆ กับพี่สาวสองคน และรับจ้างพิมพ์ดีด ได้ค่าแรงต่ำๆพอส่งตัวเองเรียนไปเรื่อยๆ  

 

ชีวิตความเป็นอยู่ของคนฐานะยากจนในเมืองใหญ่นั้นลำบากมาก ตัวเธอเองนอกจากจะทำงานแล้ว ก็ยังต้องส่งตัวเองเรียนอีก เรียกได้ว่า เหนื่อยเป็นทวีคูณเลยทีเดียว  เช้ามาก็ต้องโหนรถเมล์ให้ทัน เรียนต้องรีบไปจองเก้าอี้ที่ห้องสอนสด เที่ยงก็ต้องรีบกินข้าว เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน สมัยนั้นก๋วยเตี๋ยวชามละสองสามบาทก็ถือว่าแพงมากแล้ว  หญิงสาวต้องจำใจใส่ถั่วงอกลงไปเยอะๆ เพื่อที่จะได้อยู่ท้อง ตกเย็นมาก็นั่งพิมพ์ดีด เวลาอ่านหนังสือทำการบ้านแทบจะไม่มี  แต่เธอก็ฮึดสู้ ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปง่ายๆ

 

ยิ่งช่วงสอบยิ่งแล้วใหญ่ เธอต้องบริหารเวลาเพื่อใช้อ่านหนังสือมากๆ เพื่อให้สอบผ่านตามเกณฑ์ จะได้ไม่เสียเวลาลงซ่อมเพราะจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก

 

บ่อยครั้งที่เธอเครียดกับการเรียนจนแทบเป็นบ้า แทบสติหลุด เพราะบางวิชาเธอแทบไม่ได้เข้าเรียนเลย ทำให้ต้องขวนขวายด้วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง  เธอยอมรับว่า บางครั้งเครียดถึงขั้นบ่นอยู่กับตัวเอง พูดอยู่กับตัวเอง หัวเราะเอง เหมือนคนบ้า  และแล้วช่วงที่ทรหดเหล่านั้นก็ได้ผ่านพ้นไปในวันที่เธอได้รับปริญญาจบการศึกษา ด้วยวัย 27 ปี เธอจบบริหารธุรกิจ สาขาการเงินการธนาคาร  รวมเวลาที่เธอทำงานและเรียน 6 ปีกว่า เพราะเสียเวลาไปเรียนเอกประชาสัมพันธ์อยู่หนึ่งปี

 

พอผ่านพ้นช่วงที่แสนลำบากในเมืองใหญ่มาได้ หญิงสาวก็ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านของตน...

ช่วงที่อยู่บ้านนั้นหญิงสาวยังคงว่างงาน ความฝันของเธอตอนนี้ คือได้งานในสายที่เธอจบมา เธอไปสมัครงานที่ธนาคารหลายแห่ง ในตอนนั้นมีธนาคารมาเปิดใหม่ที่ละแวกบ้านของเธอ ทำให้เธอมีโอกาสเข้าไปสอบถาม จึงได้รู้ว่า การที่จะเข้ามาเป็นพนักงานธนาคารได้นั้นต้องมีการสอบเข้ามาเสียก่อน  และสถานที่สอบอยู่ที่ จ.เชียงใหม่

 

เธอจึงเดินทางไปยังสถานที่สอบ(บ้านของเธออยู่ จ.เชียงราย)ซึ่งในตอนนั้นเป็น รร.คริสต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง และเหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งอีกครั้ง  เมื่อมีการเปลี่ยนสนามสอบกระทันหัน ทำให้เธอวิ่งวุ่นไปสอบได้ทันเวลาหวุดหวิด

 

การสอบเป็นผ่านไปได้ด้วยดี เธอรู้สึกว่าความหวังในการสอบผ่านแทบไม่มี เนื่องจากคนที่มาสอบนั้นมีประมาณ 20,000 กว่าคน แต่ทางธนาคารรับเพียง 200 คน แต่เธอก็ยังไม่ถอดใจเสียทีเดียวจนกว่าจะประกาศผล

 

และวันประกาศผล ผลสอบก็ทำให้เธอยิ้มไม่หุบ เพราะเธอติด 1 ใน 200 จาก 20,000 คน ซึ่งนั่นถือว่าสำเร็จมาอีกขั้นนึงแล้ว และการสัมภาษณ์หลังจากนี้ จะคัดออกเหลือเพียง 20 คนเท่านั้น คราวนี้เหมือนเทวดาดลใจกรรมการ  เธอได้เป็น 1 ใน 20 คนที่ทางธนาคารรับเข้าทำงาน และสิ่งที่เธอต้องต้องตัดสินใจอีกอย่างคือ ตอนนี้เธอก็ได้งานอีกที่หนึ่งก็คือ พยาบาลทหาร ซึ่งเขาพิจารณาให้รับเข้าทำงานได้เช่นกัน

 

เธอครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจเลือกเป็น "นายธนาคาร" เพราะในสมัยนั้น อาชีพนี้ถือว่ากำลังบูมมากๆ ด้วยความที่ทำงานการเงินทำให้เธอเริ่มมีฐานะทางครอบครัวดีขึ้นตามลำดับ เธอทำงานนี้มาตลอดชีวิตการทำงานของเธอ เริ่มจาก พนักงานแคชเชียร์เล็กๆ ขึ้นไปเป็นหัวหน้าแคชเชียร์  แล้วไปอยู่แผนกสินเชื่อ  ต่อมาก็หัวหน้าการเงิน ผู้อำนวยการการเงิน และจบลงที่ ผู้ช่วยผู้จัดการ ก่อนที่จะ early retire ออกมาใช้ชีวิตช่วงปลายอยู่กับธรรมะ และพุทธศาสนา เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

 

และที่ทำงานนี่เอง เธอก็ได้พบกัน "เขา" ผู้ซึ่งจะมาเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์

ท้ายที่สุด "เขา" และ "เธอ" ก็ได้จูงมือกันเข้าประตูวิวาห์ และใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาร่วม 20 ปี

 

 

ปัจจุบัน เธอคนนั้น.....ก็คือ คุณแม่ของผมเอง

 

แม่...ผู้ให้กำเนิดผม

แม่...คำแรกที่ผมเรียกผู้หญิงคนนี้

แม่...ผู้ที่สอนผมเดิน สอนผมพูด สอนผมทำอะไรหลายๆอย่าง

แม่...ที่รักผม โดยที่ไม่หวังสิ่งอื่นใด

แม่...ที่คอยถามเสมอว่า "ลูกสบายดีไหม"

แม่...ที่ทำงานงกๆ แล้วบอกว่า "เพื่อลูก แค่นี้...สบายมาก"

แม่...ที่คอยลูบศีรษะ พร่ำบอกเสมอว่า "ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดีนะลูก"

แม่...ที่แม้จะกอดกี่ครั้ง ก็รู้สึกอบอุ่นทุกครั้ง จากก้นบึ้งของหัวใจ

แม่...ที่เป็นแม่เพียงคนเดียวของผม ตลอดไป

 

นี่เป็นเพียงบทความบทหนึ่ง ที่มาจากเรื่องจริง...ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ผม "รัก" มากที่สุด นั่นก็คือ "คุณแม่"ของผมเอง

 

ท่านชอบเล่าเรื่องราวชีวิตของท่านให้ฟังว่าลำบากมาก "พอมีลูก ก็ไม่อยากให้ลูกลำบากเหมือนแม่" แม่พูดประโยคนี้กับผมไม่ว่าท่านจะพูดกี่ครั้ง ผมก็ยังแอบมีน้ำตาคลอเบาๆ คำพูดนั้นแสดงให้เห็นว่า ท่านรักเรามากแค่ไหน ตัวท่านจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ขอให้ลูกได้สุขสบาย ท่านก็มีความสุขแล้ว...

 

ผมอยากบอกกับแม่ว่า "ผมโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ ผมจะเป็นลูกที่ดีของแม่ตลอดไป..."

 

 

...รักแม่ครับ...

ลูกบอสส์

 

______________________________________________________________


อัพเนื่องในโอกาสวันแม่... แล้วก็ถือโอกาสเปลี่ยนธีมซะเลย ที่จริงแค่เปลี่ยนเฮดกะเอา bg ออกเอง

เอาเป็นว่า วันแม่ปีนี้ก็กลับไปกอดแม่ รักแม่ให้มากๆกันทุกคนเลยนะครับ

ผมเองไม่ได้กลับบ้านหรอก ได้แต่คิดถึงกันผ่านสายโทรศัพท์แค่นี้ผมก็มีความสุขละครับ

 

สุขสันต์วันแม่ ขอให้โชคดี รับพรดีๆ จากคุณแม่กันเยอะๆนะครับ ^^ 

 

____________________________________________

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งเลยบอส
แต่ตอนนี้ชีวิตแม่บอสก็โชคดีแล้วนะ ที่มีลูกเป็นเด็กดีแบบบอส ^___^

#3 By ด.ญ.พินกคิโอ on 2011-08-15 20:42

สุขสันต์วันแม่เน้อ ^^

#2 By Code-Catte on 2011-08-12 07:56

สุขสันต์วันแม่ครับ รักแม่มากๆนะครับbig smile

#1 By kopskyz on 2011-08-12 00:19

Favourites